TENBA Black Label Small Shoulder Bag

Black Label เป็นกระเป๋าสะพายรุ่น top ของ TENBA ซึ่งมีอยู่สองสไตล์ด้วยกันคือ Shoulder Bag ซึ่งจะเป็นทรงกระเป๋ากล้อง Classic ธรรมดาคือมีช่องใหญ่ไว้ใส่กล้องกับเลนส์ และมีกระเป๋าข้างไว้ใส่ของอื่น และ Satchel ซึ่งจะเป็นกระเป๋าทรงสูง ไม่มีกระเป๋าข้าง คล้ายๆ จะเป็นกระเป๋าย่าม (แต่ก็เป็นกระเป๋ากล้องนะ) แต่ละสไตล์ก็จะมีขนาดของมัน โดย Satchel จะมีเล็ก กลาง ใหญ่ ส่วนเจ้า Shoulder Bag ของผมนี่มีเล็ก กับใหญ่ ตัวที่เอามารีวิวนี้เป็น Black Label Shoulder Bag ขนาดเล็กครับ

ถามว่าสวยมั๊ย? ผมว่าสวยเลย ดูออกว่าไม่ใช่กระเป๋ากล้องธรรมดาๆ จับแล้วรู้สึกมั่นใจในความแข็งแรงของวัสดุ และการปกป้องอุปกรณ์ เอาแค่ก้นกระเป๋าก็หนาเป็นเซ็นต์แล้ว (จริง) ส่วนถ้าจะถามว่ามันจุมั๊ย? จริงๆ ต้องถามต่อว่าจะเอาไปใส่อะไร? เพราะอย่างที่รู้กันว่ากล้องมันเป็นอุปกรณ์ที่มีมิติแปลกกระปลาด ไม่ใช่จะเหลี่ยมลูกบาศก์ หรือกลมกลิ้งแต่อย่างใด ดังนั้น จุหรือไม่ อยู่ที่ว่าเอาอะไรไปใส่ด้วย ถ้าเอา RB67 ติดเลนส์ไปใส่ก็จะต้องบอกว่า “ไม่จุ” เพราะเจ้าตัวนี้จะใส่ RB67 (ติดเลนส์) ได้แค่ตัวเดียว ไม่มีทางจะจับให้ใส่อะไรอื่นได้อีกเลย เนื่องจากมันจะเหลือที่ด้านข้างไม่กว้างพอ และถึงจะเหลือที่ด้านบนอีกพอสมควรแต่ก็คงเอาอะไรมาวางทับเจ้า RB67 ยากเหมือนกัน (แต่ถ้าแยกร่างออกมาก็ใส่ได้เยอะครับ)

แต่ถ้าจะเอาไว้ใส่ SLR ก็ต้องบอกว่าจุครับ ยิ่งเอามาใส่ SLR ระบบฟิล์มแล้วก็จะใส่กล้องได้สองตัวกับเลนส์อีกอย่างน้อย 4 ตัวทีเดียว (ว่ากันเฉพาะที่ช่องใหญ่นะ) การจับถือทำได้ดี กระเป๋าดูเป็นก้อนดีมาก มันไม่โอบตัวแบบ Domke ตอนไม่มี insert แต่ก็ดู protective มากกว่า Domke เยอะแบบรู้สึกได้จากการสัมผัส ที่ว่ากันว่าตกน้ำแล้วลอย (เพราะ seal ดีมาก) ก็น่าจะจริงตามว่า (ไม่กล้าลอง แต่มีรีวิวฝรั่งว่าแบบนี้จริงๆ)

ช่องต่างๆ เป็นอย่างไรบ้าง? ช่องด้านในก็มาตรฐานครับ ขนาด 10W X 7.5D X 7.0H (ไม่ได้วัดเอง) ส่วนช่องข้าง ต้องตอบว่าจุเกินคาด เพราะวัสดุสามารถยืดหยุ่นได้นิดๆ แม้จะไม่มากแต่ก็ทำให้มิติของกระเป๋าหลอกตาพอสมควร มันจุกว่าที่ตาเห็นว่างั๊นก็แล้วกัน ช่องด้านหน้ากับช่องที่ฝากระเป๋าก็ทำออกมาสำหรับใส่ของกระจุกกระจิกตามประสากระเป๋ากล้องทั่วๆ ไป ซึ่งตรงส่วนฝาผมต้องขอชมว่าออกแบบมาได้ดี ชอบตรงที่ฝากระเป๋าชั้นในสามารถใช้ตีนตุ๊กแก (Velcro) ติดไว้กับฝาด้านบน (ดูภาพ) เอาไว้เพิ่มความสะดวกในการหยิบล้วงเอาอุปกรณ์ในกระเป๋าโดยไม่ต้องเปิดฝาถึงสองชั้น ซึ่งตรงนี้ Fotofile Professional P-1 และ Driftwood 7607 ก็มีฝาสองชั้นแบบนี้ แต่ไม่ได้มีตีนตุ๊กแกไว้ให้ฝาทั้งสองชั้นมันติดกัน เวลาล้วงเอาอุปกรณ์ก็ต้องขอสารภาพว่าเหนื่อยพอสมควรเพราะต้องเปิดฝาถึงสองชั้นนั่นเอง

อีกเรื่องเกี่ยวกับการออกแบบที่น่าชื่นชมก็คือเรื่องสายสะพาย ตอนแรกผมเห็นบางๆ ไม่ค่อยสวย แต่มันทน และไม่ยับเลยครับ แถมตรง shoulder pad นี่เป็นอะไรที่สบายที่สุดเท่าที่เคยใช้มา โอบเข้ากับรูปไหล่ และไม่ไถลครับ เหนือกว่า Domke, Kata, Lowepro แต่ข้อเสียคือมัน “เลือกข้าง” ครับ ถ้าเราตั้งไว้สะพายไหล่ข้างไหนแล้วจะสลับไปอีกข้างไม่ได้นอกจากถอดสายมาใส่ใหม่….. (แต่ปกติเค้าสลับข้างกันหรือเปล่า? ผมไม่สลับ สะพายขวาตลอด เลยไม่มีปัญหา)

ถามว่ามันเหมือนอะไร? ผมว่ามันคล้ายๆ Fotofile Professional P-1 ครับ เล็กกว่า หนักกว่า แต่วัสดุดีกว่ามาก เรียกว่าตั้งแต่ความหนาของกระเป๋า วัสดุที่ใช้กันน้ำได้ดีกว่า แถมยังแลดูสวยงามกว่า และกระเป๋าน่าจะปกป้องอุปกรณ์ได้ดีกว่าเยอะ (P-1 นี่เอาจริงๆ แล้วเวลาวางแรงๆ กลัวอุปกรณ์ด้านในจะพังเหมือนกันเพราะผ้าบาง) แต่จะว่าไปแล้ว P-1 และ Black Label จะคล้ายกันก็ไม่น่าจะแปลกอะไร เพราะเข้าใจว่า P-1 นี่ก็มีต้นแบบมากกระเป๋าของ TENBA ก่อนจะมาเป็น Black Label นั่นเอง (จำชื่อรุ่นไม่ได้ แต่หน้าตาเหมือนๆ Black Label แต่เป็นมี 2 tones)

ราคาหาซื้อได้ในไทยใบนี้ประมาณ 5,000 บาท ส่วนใบใหญ่ 5,000 ปลายๆ หลายๆ คนคิดว่าเอ๊ะ ซื้อใหญ่เลยไม่ดีเหรอ? แนะนำว่าอย่าครับ อย่าเพิ่งเห็นว่ามันแพงกว่านิดเดียวเลยเอาใหญ่เข้าว่า เพราะถ้าซื้อมาไม่ได้ใช้เนื้อที่ตรงนั้น มันก็เท่ากับสูญเปล่าครับ ก่อนซื้อให้ลองคิดก่อนว่าจะเอามาใส่อะไร ลองเข้าไปในเว็บผู้ผลิต เค้าจะบอกใน specifications เลยว่า interior dimensions หรือมิติภายใน (กว้าง ยาว สูง) มันเท่าไหร่ แล้วมาดูของที่เรามีว่าต้องเอาเท่าไหร่ถึงจะพอ อันนี้ขอพูดเลยไปถึงกระเป๋า Fotofile หน่อยครับ เพราะผมเองก็เป็นแฟนกระเป๋าเค้าหลายรุ่นเหมือนกัน แต่ที่อยากให้ Fotofile ปรับปรุงก็คือการรายละเอียดของมิติภายในกระเป๋าเหมือนกันเป๋าแบรนด์นอกครับ ผมไม่ค่อยมีเวลาไปเดินห้าง เวลาที่ผมจะ research หาของก็คือเวลาที่ผมอยู่หน้าคอม ถ้าบอกมิติภายในเนี่ย มันช่วยในการตัดสินใจเยอะครับ และก็ไม่น่าจะเป็นอะไรที่ยากเย็นอะไรมากมายเลย (ผมว่ากระเป๋าเค้าทำดีนะ ดีขึ้นเรื่อยๆ เจ้าเป้ Touring Pixel นี่ผมชอบมาก เสียดายน่าจะทำช่อง Notebook ให้อีกหน่อย….)

กลับมาที่ราคา ถามว่าห้าพันเนี่ย แพงมั๊ย ผมว่าถูกครับ ถูกเมื่อเทียบกับราคาต่างประเทศ เพราะใบนี้ที่ USA ขายกันที่ 170USD แปลงมาเป็นเงินไทยก็เท่าๆ กันพอดี (ไม่เหมือน Domke ที่แปลงยังไงก็ยังงงว่ามันค่าอะไรกันน้อ)แล้วถ้าเทียบกับตัวคุณภาพกระเป๋าล่ะ แพงมั๊ย? ผมว่าไม่แพง แต่ก็ไม่ถูกครับ กระเป๋าถูกกว่านี้แต่น่าใช้ก็มีหลายรุ่น อย่าง Lowepro ในตระกูล Nova ของเค้าก็ดี หรือแม้กระทั่ง Fotofile เอง ถ้าอุปกรณ์ไม่หนักมาก ก็น่าใช้ครับ (ผมว่าผ้าเค้าบาง ถ้าใส่หนักกลัวว่าจะไม่ protective) และที่ว่าไม่แพง ก็เพราะยังมีกระเป๋าที่แพงกว่านี้โดยหาสาเหตุไม่ได้อีกหลายยี่ห้อเหมือนกัน

คะแนน

วัสดุ 5/5

การออกแบบ 4/5 เพราะมันก็คลาสสิคเกิ๊น เรียกว่าแทบจะไม่มีอะไรใหม่ แต่ก็เป็นคลาสสิคที่ทำได้ดี เพราะเค้าก็เอาไอ้เก่าๆ น่ะมาพัฒนาขึ้นเรื่อยๆ

Protection 5/5

ความพอใจ 4.5/5

Advertisement

0 Responses to “TENBA Black Label Small Shoulder Bag”



  1. Leave a Comment

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Connecting to %s





Follow

Get every new post delivered to your Inbox.